วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ความสามารถ ต้องไม่ขาดจริยธรรม


ความสามารถในการทำงาน ต้องมีความจริยธรรมกำกับด้วย
โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะมากๆ

จริยธรรม หมายถึง ระดับการรับรู้และเข้าใจ รู้จักรับผิดชอบชั่วดีแยกแยะสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ผิดออกจากกัน
 จะเลือกประพฤติตนให้สอดคล้องกับความถูกต้องด้วยความตั้งใจและเจตนาที่ดีงามในทุกสถานการณ์ 
รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เคารพให้เกียรติและมีความยุติธรรม ให้สอดคล้องกับความดีงาม

 ความฉลาดทางจริยธรรมเป็นเรื่องที่ต้องฝึกมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเด็กได้รับการปลูกฝังเรื่องคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่เด็ก 
บุคคลนั้นก็สามารถพัฒนาพื้นฐานความฉลาดทางจริยธรรมของตนขึ้นมาในระดับหนึ่ง
 (มากน้อยแล้วแต่การปลูกฝัง)และความฉลาดทางจริยธรรมนี้ก็จะปลูกฝังลึกลงไปในจิตใต้สำนึกของบุคคลนั้น
และจะรอเวลากระตุ้นอีกครั้ง โดยการอบรมสั่งสอน การฟังธรรม 

ฟังมาก กำไรกว่าพูดมาก

ไม่ว่าจะการเรียน หรือการทำงาน
ฟัง คิด ถาม เขียน ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ
โดยเฉพาะการฟัง และการคิด เป็นต้นทางแห่งการเรียนรู้
ยิ่งใครให้ความสำคัญกับสองอย่างนี้มาก
อาจได้ประโยชน์มากกว่าคนที่จ้องจะพูดโดยไม่ถาม
 หรือถามโดยไม่ตั้งใจฟัง


ความเชื่อมั่น อีกกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

เมื่อคิดดีแล้ว  ต้องกล้าลงมือทำดีด้วย
เพราะไม่ว่าจะมีฝันที่ยิ่งใหญ่ หรือมีเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน
ถ้าขาดความเชื่อมั่น  ความตั้งใจ  
ก็สามารถล้มเหลวได้ไม่ต่างกันนัก



วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

เรียนรู้จากความผิดพลาด


ข้อคิดดีๆจาก ดร. เทียม โชควัฒนา
ผู้ก่อตั้งเครือสหพัฒน์ ฝ่าฟันจากเสื่อผืนหมอนใบ
จนยิ่งใหญ่ยั่งยืนมาถึงทุกวันนี้
ก็เพราะท่านรู้จักวิเคราะห์ข้อคิดบทเรียนจากการกระทำ
นำมาเป็นหลักสูตรสอนตัวเอง ได้อย่างเหนือกว่าบทเรียนเอ็มบีเอใดๆ

ความรู้ ความเก่ง ความดี ต้องมีความกล้าด้วย


ความรู้  ความเก่ง ความดี
อาจไม่มีความหมาย  ถ้าขาดความกล้า
กล้าทำในสิ่งที่ดี  สิ่งที่ถูกต้อง และไม่เบียดเบียนใคร

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

เรียนรู้ตลอดชีวิต อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มถ้วย



จงเป็นน้ำครึ่งถ้วยตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

น้ำครึ่งถ้วยเติมได้ตลอด 
แต่น้ำที่เต็มถ้วยใส่อะไรเข้าไปไม่ได้ 

หากไม่ยอมรับความรู้ใหม่ๆเสียแล้ว 
มีแค่ไหนก็จะมีแค่นั้นตลอดไป

จงเรียนรู้ให้มาก อย่าคิดว่ารู้แล้ว 
เพราะเมื่อรู้แล้วก็เต็มแล้วใส่อะไรก็ไม่ได้
แล้วก็ปรับตัวรับสภาพใหม่ๆ หรือจะเจริญก้าวหน้าไปได้อย่างไรกัน ?

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

ศูนย์คุณธรรมรับมอบดัชนีชี้วัดความซื่อตรง

ศูนย์คุณธรรม รับมอบดัชนีชี้วัดความซื่อตรง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับความอยู่ดีมีสุขของชุมชน ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง



(เมื่อ 6 กันยายน 2557)  ดร.ฉวีรัตน์  เกษตรสุนทร  ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารศูนย์คุณธรรม และผู้แทนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน  เข้าร่วมรับฟังการประชุมสรุปผลการดำเนินงานภาพรวม โครงการ “การพัฒนาดัชนีชี้วัดความซื่อตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อยกระดับความอยู่ดีมีสุขของชุมชนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”พ.ศ. 2557(ภาคเหนือตอนบน) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์  สมยานะ  (ผู้อำนวยการกิจวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่) พร้อมคณะนักวิจัย  ณ ห้องนพเก้า ชั้น 3โรงแรมดิเอ็มเพลส จังหวัดเชียงใหม่


  ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้รับผิดชอบศูนย์การเรียนรู้ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู เยาวชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการต่างๆร่วมกับกิจวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวนกว่า150 คน


ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ได้บรรยายพิเศษให้แก่ผู้เข้าร่วมงานโดยกล่าวถึงบทบาทภารกิจการทำงานและแนวทางการสันบสนุนการดำเนินโครงการ “การพัฒนาดัชนีชี้วัดความซื่อตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อยกระดับความอยู่ดีมีสุขของชุมชนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”พ.ศ. 2557(ภาคเหนือตอนบน) และการนำตัวชี้วัดที่ได้จากการดำเนินงานไปขยายผลในอนาคต


 นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติให้เป็นประธานมอบเกียรติบัตรแก่ โรงเรียนต้นแบบที่นำเสนอนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ธุรกิจชุมชนเชิงคุณธรรม จำนวน 8 โรงเรียน  ศูนย์การเรียนรู้ 4 แห่ง และมอบเกียรติบัตรให้กับผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ“การพัฒนาดัชนีชี้วัดความซื่อตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อยกระดับความอยู่ดีมีสุขของชุมชนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”พ.ศ. 2557  จำนวน 5 แห่ง  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมต่อไปอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

ไม่มีสิ่งใดเล็กเกินไป ตั้งใจทำให้ดี

ไม่มีสิ่งไหนเล็กเกินไป  ถ้าเราจะตั้งใจทำให้ดี
ทุกสิ่งทุกเรื่องสร้างคุณค่าดีๆ
ที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ


บุคคลล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร

ไม่ว่าความใฝ่ฝัน  ความคาดหวัง หรือแม้แต่คำอธิษฐานสิ่งใด
ก็แทบจะไร้ประโยชน์ ไร้ค่า ถ้าไม่ลงมือกระทำ
และพยายามแก้ไข  ไม่ทำซ้ำความผิดพลาด ไม่ล้มเลิกกลางแผนกลางคัน
หรือเรียกง่ายๆว่าต้องมี ความเพียร อย่างสร้างสรรค์ นั่นเอง


วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เพ่งดูตัวเอง เพื่อความสุขที่แท้จริง

สติ และการเท่าทันความรู้สึกของตัวเอง
นำมาซึ่งการเท่าทันตัวเอง
ทำให้มีความสุขจากความสงบ
และป้องกันการที่จะเผลอทำความผิด ทำพลาด
จากอารมณ์ชั่ววูบ ขาดสติ
จนทำให้ทั้งชีวิตเสียหายจากการกระทำแค่ไม่กี่วินาทีได้



ความสำเร็จที่แท้จริง

ความสำเร็จแบบไหนที่คุณต้องการ ?


สวยหรูแค่ภายนอก  แต่ไร้รากฐาน  ไม่มีความยั่งยืน แบบต้นขวา

หรือว่ารากฐานแข็งแรงแบบต้นซ้าย  แม้จะโตช้าหน่อย 
 แต่จะมั่นคง ยั่งยืน และระยะยาวโตได้แซงต้นขวาได้เลย

ไม่ว่าการทำงาน หรือการใช้ชีวิตนั้น
ความมั่นคง มีรากฐานที่แข็งแรง บนความเป็นจริง
เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าภาพลักษณ์ภายนอก หรือชื่อเสียงหน้าตา

ภาพบทเรียนแห่งความพยายาม

ภาพนี้สอนให้รู้ว่า ...


หากสำรวจ วิเคราะห์ และวางแผนมาดีแล้ว
ต้องลงมือทำ และพยายามไปให้ถึงที่สุดตามแผน
เพราะการยอมแพ้กลางคัน ณ จุดนั้น
อาจจะเหลืออีกเพียงนิ้วเดียวก็ถึงเป้าหมาย ก็เป็นได้

เมื่อทำผิด เดินพลาด ...


เมื่อทำผิดพลาด  ให้คิดถึงอนาคตต่อไป
 ว่าจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก
 ว่าเราได้ฉลาดขึ้นอย่างไรบ้าง
 ... ไม่ใช่คิดซ้ำเติมตำหนิตัวเอง วนเวียนไปมา
 หรือคิดว่า "ถ้ารู้งี้..." เพราะเราไม่มีทางย้อนหลับไปทำใหม่ได้
  สู้คิดเป้นบทเรียนเพื่ออนาคตต่อๆไปจะดีกว่า

ข้อคิดดีๆรับวันหยุดยาว


ข้อคิดดีๆรับวันหยุดยาว ...
แม้จะกำลังรื่นเริง ไม่ท้อ ไม่เหงา
แต่ก็ต้องแบ่งเวลาให้คุณแม่คุณพ่อ
ไม่ใช่รอแค่วันหยุดยาวกันนะ

พ่อแม่ทำงานหนักเพื่อใคร


ถึงจะเป็นช่วงหยุดยาวรับวันแม่ วันพ่อ
  แต่คุณแม่และคุณพ่อหลายคนก็ยังต้องทำงาน
  ...  เพื่อใครหนอ ?

อย่าทุกข์เพราะคนอื่นมากไป



พ่อแม่พยายามและเหนื่อยล้ามามากมาย
เพราะอยากให้เรามีความสุข
ฉะนั้นเมื่อคนอื่นทำให้เรามีความทุกข์
เราต้องลุกมาตั้งสติใหม่ ว่าคนนั้น เรื่องนั้น สำคัญแค่ไหน
ทำใจให้มีสติ  มีความสงบสุข เพื่อพ่อแม่ของเรากันดีกว่า

เตือนสติ อย่างสันติ



เมื่อเราเห็นใครกำลังทำพลาด เดินผิด
หลายๆคนใช้วิธีตำหนิแรงๆ หรือดุด่าว่ากล่าวกัน

แต่ที่จริงแล้ว การเตือนสตินั้น ไม่ต้องใช้วิธีที่รุนแรงก็ได้
เพราะสำหรับหลายๆคนถ้าโดนเราทำร้ายจิตใจ  อาจไม่อยากรับฟังอะไรจากเราอีกต่อไป

ลองพิจารณาไปใช้เป็นอีกข้อคิดดีๆที่ใช้ได้กับทั้งที่ทำงาน และครอบครัวกันนะครับ

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ร่างข้อเสนอ แผนการฟื้นฟูคุณธรรมของสังคมไทย ภายหลังวิกฤตการณ์ทางการเมือง




การทุจริตคอร์รัปชัน ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม  เป็น 3 อย่าง 3 คำที่ฉุดรั้งสังคมไทยเรามานานแสนนาน  และมีส่วนก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองในช่วงหลายปีนี้ด้วย

ถ้าจะไล่เรียงหาต้นตอของแต่ละปัญหาอย่างละเอียดอาจจะยากเกินไป  แต่กุญแจดอกสำคัญที่อาจแก้ไขได้ทั้งสามสิ่งพร้อมกันเลยคือ  “คุณธรรม จริยธรรม”   ซึ่งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ตระหนักและได้ร่างแนวทางที่จะเตรียมแผนการฟื้นฟู  บำบัด  เยียวยาสังคมไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้

ขั้นแรกที่สำคัญก่อนจะลงมือ  คือการสำรวจปัญหา(ความแตกแยก/ความเหลื่อมล้ำ/ฯลฯ) ของชุมชนในระดับตำบล  จากนั้นก็ทำแผนชุมชนเพื่อบำบัด เยี่ยวยาและฟื้นฟู พัฒนาเป็นรายตำบล

เมื่อมีแผนแล้ว ก็สร้างบุคลากรผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นการเฉพาะ(เพื่อฟื้นฟู/บำบัดเยียวยา)และสนับสนุนบทบาทการทำงาน  ให้เป็นกลไกการประสานงานสนับสนุนระดับต่างๆทุกจังหวัด  โดยต้องมีสื่อเพื่อการฟื้นฟูเยียวยาไปพร้อมกันด้วย

นอกจากนี้สนับสนุนกลไกการปฏิรูปอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปด้วยกัน

 ...

(โปรดติดตามอ่านรายละเอียด "วิธีการสำรวจปัญหา"  ในตอนต่อไป )

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ความอดทน คืออาวุธลับของความสำเร็จ


หลายครั้งที่อ่านหนังสือ หรือฟังผู้ประสบความสำเร็จด้านต่างๆ
มาเล่าประสบการณ์ วิธีการ และอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมาได้
ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักกีฬา คนทำงานด้านต่างๆ หรือคนที่อุทิศตัวช่วยสังคม

เรามักจะสนใจวิธีคิด เทคนิคการทำงาน การบริหาร หรือความรู้เฉพาะทาง
จนลืมไปว่ามีอีกอาวุธลับสำคัญมากที่หลายๆคนลืมเล่า
คือ ... "ความอดทน"

หากไม่มีความอดทนแล้ว หลายๆครั้งสิ่งอื่นๆก็เปล่าประโยชน์
เพราะเราไม่สามารถอดทนต่ออุปสรรค
ทนไม่ไหวที่จะผลสำเร็จยังมาไม่ถึงสักที
จนละทิ้งไปกลางคันเสียก่อน ไม่ทำตามแผนที่วางไว้นั่นเอง




วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทะเลาะกับใครก็หาใหม่ได้ แต่ทะเลาะกับพ่อแม่ ...


ทะเลาะกับเพื่อน  ก็หาเพื่อนใหม่ได้
ทะเลาะกับแฟน   ก็หาแฟนใหม่ได้
ทะเลาะกับเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ก็หางานใหม่ได้

... แต่ถ้าทะเลาะกับพ่อแม่  หาใหม่ไม่มีแล้ว

หลายคนลืมเรื่องนี้ไป  ทำให้ยังติดชอบเถียง ชอบบึ้งกับพ่อแม่อยู่

ลองคิดกันดูให้ดีนะ ว่าจะเถียง  จะบึ้งตึงทะเลาะกับพ่อแม่ไป คุ้มหรือเปล่า ?